"เมื่อพวกนางเข้าไปในอุโมงค์ ก็เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งใส่เสื้อคลุมยาวสีขาวนั่งอยู่ทางขวามือ พวกนางก็ตกตะลึง ชายหนุ่มคนนั้นบอกพวกนางว่า “อย่ามัวตะลึงอยู่เลย พวกท่านมาหาพระเยซูชาวนาซาเร็ธผู้ทรงถูกตรึงที่กางเขนซินะ พระองค์ทรงเป็นขึ้นมาแล้ว พระองค์ไม่ได้อยู่ที่นี่ จงดูที่ที่วางพระศพของพระองค์เถิด พวกท่านจงไปบอกพวกสาวกของพระองค์รวมทั้งเปโตรด้วยว่า พระองค์จะเสด็จไปที่แคว้นกาลิลีก่อนพวกท่าน พวกท่านจะเห็นพระองค์ที่นั่น ดังที่พระองค์ตรัสกับพวกท่านไว้แล้ว” (
มาระโก 16:5-7)
อุโมงค์ที่ว่างเปล่า คือคำตอบของทุกคำถาม
ในเช้าวันนั้น มารีย์และหญิงคนอื่นๆ เดินไปที่อุโมงค์ด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง พวกนางแบกเครื่องหอมและแบกความเศร้าโศก เพราะคิดว่า "ความตาย" คือจุดจบ แต่สิ่งที่พวกนางพบกลับไม่ใช่ร่างที่ไร้วิญญาณ แต่เป็นความสว่างที่ฟื้นคืน ชัยชนะของพระเยซูคริสต์ไม่ได้เป็นเพียงเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ แต่มันคือการประกาศก้องว่า
- ความรัก ทรงพลังกว่าความเกลียดชัง
- ความสว่าง มีชัยเหนือความมืดมิด
- และ ชีวิต ได้รับชัยชนะเหนือความตายอย่างเบ็ดเสร็จ
“พระเจ้าทรงรักโลกดังนี้ คือได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์” (
ยอห์น 3:16)
การฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูคือหลักฐานว่า 'ความรักชนะทุกสิ่ง' นี่คือการอัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล ฮาเลลูยา ขอให้คุณได้รับพระพรและกำลังใจอย่างเต็มล้นในวันนี้
คุณคือการอัศจรรย์