ความเชื่อคือกล้ามเนื้อชนิดหนึ่ง
เป็นไหม? ยิ่งเราโตขึ้น ยิ่งทำงานหนักขึ้นเท่าไหร่ ความมั่นใจกลับลดลงอย่างน่าประหลาดใจ
บางวันตื่นมาพร้อมกับความกดดันรอบตัว งานมากมายที่ล้นมือ หรือปัญหาความสัมพันธ์ที่แก้ไม่ตก จนท้อใจไม่รู้ตัว ยิ่งจดจ่ออยู่กับสิ่งที่เห็นตรงหน้า ก็ยิ่งรู้สึกว่าความเชื่อของเรามันช่างริบหรี่เหลือเกิน
แต่คุณรู้ไหมว่า ร่างกายของเรามีอวัยวะหนึ่งที่มหัศจรรย์มาก นั่นคือ "หัวใจ" ในแต่ละวันหัวใจของเราทำหน้าที่สูบฉีดเลือดเป็นพันๆ ลิตรอย่างเงียบๆ เพื่อส่งออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อและอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกายโดยไม่เคยหยุดพักเลย เพื่อให้เรายังมีชีวิตอยู่ได้ในเช้านี้
การสร้างสรรค์ของพระเจ้านั้นน่าหลงใหลและมหัศจรรย์มากใช่ไหม? หัวใจคืออวัยวะสำคัญในกลไกแห่งชีวิต และมันก็เป็นเช่นเดียวกันกับ "ความเชื่อ" ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสูงสุดเบื้องหลังชีวิตของเราในฐานะคริสเตียน
“เพราะว่าในข่าวประเสริฐนั้น ความชอบธรรมซึ่งเกิดมาจากพระเจ้าก็ได้สำแดงออกโดยความเชื่อ และเพื่อความเชื่อ ตามที่พระคัมภีร์มีเขียนไว้ว่า “คนชอบธรรมจะมีชีวิตดำรงอยู่โดยความเชื่อ” (โรม 1:17)
เช่นเดียวกับที่คุณไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้หากหัวใจหยุดทำงาน การดำเนินชีวิตไปกับพระคริสต์ก็เป็นไปไม่ได้เลยหากปราศจากความเชื่อ
- ด้วยความเชื่อ คุณจึงเชื่อว่าพระเยซูทรงสิ้นพระชนม์และทรงฟื้นคืนพระชนม์
- ด้วยความเชื่อ คุณได้รับพระสัญญาของพระเจ้าที่มีไว้สำหรับคุณ
- ด้วยความเชื่อ คุณเลือกที่จะจดจ่อที่พระเจ้ามากกว่าสถานการณ์ที่คุณเผชิญอยู่
ทุกสถานการณ์ที่คุณพบเจอ เปิดโอกาสให้ความเชื่อของคุณได้พัฒนาและเพิ่มพูนความแข็งแกร่งขึ้น เปรียบเสมือนกับกล้ามเนื้อ
วันนี้ก็ไม่ได้แตกต่างจากวันอื่นๆ ในแง่ที่ว่ามันนำพาความท้าทายชุดใหม่มาให้คุณต้องเอาชนะ ซึ่งนี่อาจเป็นโอกาสที่เหลือเชื่อในการสำแดงความเชื่อของคุณ
ลองใคร่ครวญดูว่า วันนี้คุณได้รับการท้าทายให้ใช้ความเชื่อในเรื่องอะไรอยู่ และขอให้คุณตัดสินใจดูว่า คุณพร้อมจะใช้ความเชื่อกับเรื่องนั้นหรือยัง?
คุณคือการอัศจรรย์