กล้าที่จะขอความช่วยเหลือ
คุณมีเรื่องที่แบกอยู่คนเดียวมานานแล้วบ้างไหม?
หลายคนเติบโตมากับความเชื่อว่า "ไม่อยากเป็นภาระใคร" หรือ "ขอความช่วยเหลือแล้วจะดูอ่อนแอ" เลยเลือกที่จะนิ่งเงียบ สู้คนเดียว และแกล้งทำเป็นว่าทุกอย่างโอเคอยู่
แต่วันนี้อยากชวนให้รู้จักผู้หญิงคนหนึ่งในพระคัมภีร์ที่ทำสิ่งตรงข้าม และชีวิตเธอเปลี่ยนไปตลอดกาลเพราะสิ่งนั้น
นางรูธ หญิงม่ายที่ต้องดูแลแม่สามีสูงอายุในดินแดนแปลกหน้า ไม่มีรายได้ ไม่มีใครรู้จัก และไม่มีแผนสำรอง แต่เธอไม่ได้นั่งจมอยู่กับความสิ้นหวัง
เธอ “ลุกขึ้น เดินออกไป และเอ่ยปากขอ”
เธอขออนุญาตโบอาสเก็บข้าวตกในทุ่งนาของเขา ฟังดูอาจเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่นั่นคือก้าวที่กล้าหาญมากในยุคนั้น และผลที่ตามมาไม่ใช่แค่ได้ข้าวกินประทังชีวิต แต่โบอาสรับเธอไว้ภายใต้การดูแลและการปกป้องของเขา และเรื่องราวของรูธก็กลายเป็นหนึ่งในเรื่องที่สวยงามที่สุดในพระคัมภีร์
ทั้งหมดนี้เริ่มต้นจากการกล้าที่จะขอ
ปัญญาจารย์ 4:9-10 บอกว่า "สองคนดีกว่าคนเดียว… เพราะว่าถ้าพวกเขาล้มลง คนหนึ่งจะได้พยุงเพื่อนของตนให้ลุกขึ้น…" พระเจ้าไม่ได้ออกแบบให้เราสู้คนเดียว พระองค์ทรงสร้างเราให้ช่วยเหลือกันและกัน และบ่อยครั้งที่พระองค์ตอบคำอธิษฐานของเราผ่านมือของคนรอบข้าง
วันนี้ ลองถามตัวเองตรงๆ ว่า ตอนนี้มีเรื่องอะไรที่แบกอยู่คนเดียวและต้องการความช่วยเหลืออยู่บ้าง?
แล้วลองเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งในวันนี้
ส่งข้อความหาเพื่อนคริสเตียนที่ไว้ใจได้ แล้วบอกว่า "ช่วยอธิษฐานเผื่อฉันด้วยได้ไหม?" หรืออธิษฐานบอกพระเจ้าตรงๆ ว่าคุณต้องการความช่วยเหลือในเรื่องนั้น แล้วเปิดใจรอดูว่าพระองค์จะส่งการช่วยเหลือมาถึงคุณอย่างไร
"ข้าแต่พระบิดา ลูกต้องการความช่วยเหลือในเรื่อง…(บอกความต้องการของคุณ) ขอทรงนำการช่วยกู้มาถึงลูกด้วย ในพระนามพระเยซู เอเมน"
การขอความช่วยเหลือไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่คือความกล้าหาญที่เปิดทางให้พระเจ้าทำงาน
คุณคือการอัศจรรย์