บทพิสูจน์ของความรัก
“... เขาทูลพระองค์ว่า “ใช่ องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงทราบว่าข้าพระองค์รักพระองค์” พระองค์ตรัสสั่งเขาว่า “จงเลี้ยงดูลูกแกะของเราเถิด”” (ยอห์น 21:15)
เราบอกว่า “รักพระเจ้า” บ่อยแค่ไหน? หากเราชูมือขึ้นนมัสการในวันอาทิตย์ ร้องเพลงสรรเสริญพระองค์ด้วยความซาบซึ้งใจ และบอกรักพระองค์ผ่านคำอธิษฐานอยู่เสมอ สิ่งเหล่านั้นเป็นเรื่องที่ดีมาก แต่ในมุมมองของพระเยซู ความรักไม่ได้หยุดอยู่แค่ความรู้สึกที่อบอุ่นอยู่ภายในใจ หรือเป็นเพียงคำพูดที่สวยหรูเท่านั้น
เมื่อเปโตรยืนยันกับพระเยซูว่า “พระองค์ทรงทราบว่าข้าพระองค์รักพระองค์” พระเยซูไม่ได้ตรัสตอบว่า “ดีมากเปโตร ถ้างั้นก็นั่งอยู่ตรงนี้และรับความรักจากเราต่อไป”
แต่พระองค์ทรงเปลี่ยนคำสารภาพรักของเปโตรให้กลายเป็นการลงมือทำทันที โดยตรัสว่า “จงเลี้ยงดูลูกแกะของเราเถิด”
พระเยซูกำลังบอกเราว่า บทพิสูจน์ที่แท้จริงของความรักที่เรามีต่อพระองค์ คือการที่เราเต็มใจดูแลคนอื่น การเป็นคริสเตียนไม่ได้หมายถึงการเป็น “ผู้รับ” พระคุณ ความอบอุ่น และความปลอดภัยในโบสถ์ไปวันๆ แต่ความรักที่แท้จริงจะขับเคลื่อนเราให้เติบโตขึ้นเป็น “ผู้ให้” เสมอ
ยอห์น 14:15 พระเยซูตรัสไว้อย่างชัดเจนว่า “ถ้าพวกท่านรักเรา ท่านก็จะประพฤติตามบัญญัติของเรา” และอัครทูตยอห์นก็ได้ขยายความเรื่องนี้ใน 1 ยอห์น 3:18 ว่า “ลูกทั้งหลายเอ๋ย อย่าให้เรารักกันด้วยคำพูดและด้วยปากเท่านั้น แต่จงรักกันด้วยการกระทำและด้วยความจริง”
ดังนั้น ถ้าเราบอกว่าเรารักพระเจ้า แต่เรากลับนิ่งดูดายเมื่อเห็นพี่น้องในคริสตจักรเหนื่อยล้า หรือปล่อยปละละเลยคนรอบข้างที่กำลังทนทุกข์และต้องการคำหนุนใจ ความรักของเราก็เป็นเพียงแค่คำพูด
ความรักต่อพระเจ้าจะผลักดันให้เราก้าวข้ามความสะดวกสบายของตัวเอง เพื่อออกไปหยิบยื่นความรัก ความเอาใจใส่ และนำทางพวกเขาให้มารู้จักกับพระองค์
มีใครไหมที่พระเจ้ากำลังใจคุณนึกถึงในตอนนี้ ที่พระองค์อยากให้คุณเริ่มต้นออกไปสำแดงความรักและดูแลเขาบ้าง?
คุณคือการอัศจรรย์