ฝึกความคิดเพื่อเปลี่ยนแปลงวันคืนของคุณ
หลายปีมาแล้ว ฉันมีนิสัยไม่ดีอย่างหนึ่ง คือแม้จะยังไม่ลุกจากเตียง ก็หยิบมือถือขึ้นมาเปิดไลน์ เข้าเฟซบุ๊ก และโซเชียลมีเดียอื่นๆ ต่อมาฉันจึงตระหนักว่า สิ่งนี้เป็นผลเสียและเป็นพิษต่อความคิดของฉันอย่างมาก
ผู้อ่านอัศจรรย์เกิดขึ้นได้ทุกวันท่านหนึ่งเคยแบ่งปันว่า บางครั้งเธอรู้สึกท้อแท้ เพราะความยากที่สุดในชีวิตคริสเตียนของเธอคือการท่องจำข้อพระคัมภีร์ เธอยังขาดความสม่ำเสมอในการอธิษฐาน และตื่นเช้ามาอธิษฐานได้ยากด้วย
ถ้าคุณเองก็เป็นเช่นเดียวกัน อย่าซ้ำเติมตัวเองด้วยความรู้สึกผิด เพราะพระเจ้าของคุณทรงฤทธานุภาพ พระองค์ทรงสัญญาว่าจะ…
- เสริมกำลังคุณเมื่อคุณอ่อนแอ
- ให้กำลังใหม่เมื่อคุณหมดแรง
- ฟื้นฟูวัยหนุ่มสาวของคุณเหมือนนกอินทรี
- ให้พลังชีวิตแก่คุณอีกครั้ง
วันนี้ฉันอยากแบ่งปันกุญแจหนึ่งกับคุณ นั่นคือ การใคร่ครวญ พระคัมภีร์พูดถึงประโยชน์ของมันไว้ในสดุดี 1:1-2 "...แต่ความปีติยินดีของผู้นั้นอยู่ในธรรมบัญญัติของพระยาห์เวห์ เขาใคร่ครวญธรรมบัญญัติของพระองค์ทั้งกลางวันและกลางคืน"
คำว่า "ใคร่ครวญ" หรือที่พระคัมภีร์ฉบับ 1971 ใช้ว่า “ภาวนา” นั่นหมายถึง "การพินิจพิเคราะห์" การภาวนาใคร่ครวญเป็นเรื่องที่มีในพระคัมภีร์ ไม่ใช่มีแต่ในวัฒนธรรมเอเชียเท่านั้น และเป็นประโยชน์มาก เพราะช่วยให้เราหันความคิดไปที่สิ่งสำคัญจริงๆ บางคนจดจ่อกับลมหายใจเพื่อผ่อนคลาย บางคนเพื่อปล่อยวางความเครียดหรือความสับสนภายใน ส่วนฉัน ฉันชอบคิดถึงองค์พระผู้เป็นเจ้าและพินิจพิจารณาถึงพระองค์ ขณะที่ผ่อนคลายและหายใจอย่างสงบ
นี่คือการไตร่ตรองแบบหนึ่งที่ฉันอยากแนะนำ ผ่านการฝึกหายใจ
- ตอนหายใจเข้า ให้นึกถึงคุณลักษณะข้อหนึ่งของพระเจ้า เช่น พระเจ้าทรงดี ลองนึกภาพว่าพระองค์กำลังเติมความดีของพระองค์เข้ามาในตัวคุณ เป็น "ออกซิเจน" ของคุณ
- ตอนหายใจออก ให้นึกภาพว่าพระองค์กำลังนำตัวตนของคุณ ความกังวล และความคิดด้านลบออกไป เหมือน "คาร์บอนไดออกไซด์" ของคุณ
ทำเช่นนี้หลายๆ รอบ โดยเปลี่ยนไปใช้คุณลักษณะอื่นๆ ของพระองค์ที่คุณพบในพระวจนะ เช่น ความรัก พระปัญญา ความชื่นชมยินดีของพระองค์ เป็นต้น
ฉันขอเชิญชวนคุณให้ไตร่ตรองพระวจนะของพระเจ้า และพินิจพิจารณาองค์พระผู้เป็นเจ้า และดังที่สดุดี 1:1-2 กล่าวไว้ คุณจะได้รับพระพรและเปี่ยมด้วยความชื่นชมยินดี
คุณคือการอัศจรรย์