วันที่ 32
การตรึงกางเขน
เวลา 9 โมงเช้าขบวนแห่มาถึงกลโกธา “สถานที่แห่งกะโหลกศีรษะ” ก่อนที่ตะปูจะถูกตอก ทหารให้เหล้าองุ่นที่มียาแก้ปวดแก่พระเยซู แต่เมื่อพระเยซูชิมมัน พระองค์ไม่ต้องการดื่มมัน พระองค์ทรงปฏิเสธที่จะมึนเมา ในเกทเสมนีพระเจ้าทรงส่งทูตสวรรค์มาเพื่อเสริมพลังจากสวรรค์แก่พระเยซูเพื่อทนทานความทุกข์ทรมาน เพื่ออยู่ในสติจนถึงช่วงเวลาสุดท้าย เพื่อให้พระองค์สามารถทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดขณะอยู่บนกางเขนได้ นั่นคือการเอ่ยปากให้อภัยผู้ที่ทำร้ายพระองค์ว่า
“พระบิดาเจ้าข้า ขอทรงยกโทษพวกเขาเพราะเขาไม่รู้ว่ากำลังทำอะไร” (ลูกา 23:34 THSV11)
ที่เชิงกางเขน เสื้อผ้าถูกถอดออกจากร่างกายของพระเยซู พระองค์ถูกถอดเสื้อต่อหน้ามารดาและคนที่รักของพระองค์เอง ถูกทำให้อับอายต่อหน้าครอบครัวของพระองค์ พระองค์ต้องนอนลงบนกางเขนไม้ด้วยไหล่ที่ถูกเฆี่ยนจนเป็นแผล ภายในไม่กี่นาที พระองค์ถูกตอกตะปูเปลือยเปล่าบนกางเขนโดยทหารโรมัน
ร่างกายของพระเยซูอาบไปด้วยพระโลหิตจนดูแทบไม่ได้ ผิวหนังที่หลังของพระองค์ถูกฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย มงกุฎหนามที่แหลมคมทิ่มแทงลงบนศีรษะจนเลือดอาบท่วมใบหน้าที่บวมช้ำของพระองค์ ด้วยบาดแผลที่เลือดหยดออกมาจากทั้งศีรษะ แผ่นหลัง มือ และเท้าของพระองค์ ทำให้สภาพของพระองค์ดูน่าสงสารและทารุณ จนคนส่วนใหญ่ไม่กล้าแม้แต่จะจ้องมองและต้องเบือนหน้าหนีไป
แม้แต่มารดาของพระองค์เองก็แทบจำพระองค์ไม่ได้ ตามที่อิสยาห์พยากรณ์ไว้:
“ด้วยคนจำนวนมากตกตะลึงเพราะท่าน (หน้าตาของท่านเสียโฉมมากเหลือที่จะเหมือนคน และรูปร่างของท่านก็เสียโฉมเหลือที่จะเหมือนมนุษย์)” (อิสยาห์ 52:14 THSV11)
อิสยาห์เขียนต่อไปว่า:
“ท่านถูกดูหมิ่นและถูกทอดทิ้ง เป็นคนที่รับความเจ็บปวด และคุ้นเคยกับความทุกข์ยาก และเป็นดั่งผู้ซึ่งคนทั้งหลายหันหน้าหนี ท่านถูกดูหมิ่น และเราไม่ได้นับถือท่าน แน่ทีเดียวท่านแบกความเจ็บไข้ของพวกเรา และหอบความเจ็บปวดของเราไป กระนั้นพวกเรายังคิดว่าที่ท่านถูกตี คือถูกพระเจ้าทรงโบยตีและข่มใจ แต่ท่านถูกแทงเพราะความทรยศของเรา ท่านบอบช้ำเพราะความบาปผิดของเรา การตีสอนที่ตกบนท่านนั้นทำให้พวกเรามีสวัสดิภาพ และที่ท่านถูกเฆี่ยนตีก็ทำให้เราได้รับการรักษา” (อิสยาห์ 53:3-5 THSV11)
แล้วพบกันใหม่ครับ
วิลคิน แวน เดอ คัมป์
ชมวิดีโอแอนิเมชั่น: ที่อธิบายว่าสิ่งมหัศจรรย์ที่ 6 ของกางเขน (การคืนดีกัน) หมายความว่าอย่างไรสำหรับคุณ