• TH
    • AR Arabic
    • CS Czech
    • DE German
    • EN English
    • ES Spanish
    • FA Farsi
    • FR French
    • HI Hindi
    • HI English (India)
    • HU Hungarian
    • HY Armenian
    • ID Bahasa
    • IT Italian
    • JA Japanese
    • KO Korean
    • MG Malagasy
    • MM Burmese
    • NL Dutch
    • NL Flemish
    • NO Norwegian
    • PT Portuguese
    • RO Romanian
    • RU Russian
    • SV Swedish
    • TA Tamil
    • TH Thai
    • TL Tagalog
    • TL Taglish
    • TR Turkish
    • UK Ukrainian
    • UR Urdu

แด่ “เดอะแบก”
เมื่อโลกทั้งใบมันหนักเกินไป…

คุณไม่จำเป็นต้องแบกมันคนเดียวอีกแล้ว

เคยนับไหมว่าในหนึ่งวัน คุณต้องพูดคำว่า "ครับ/ค่ะ" หรือตอบแชตเรื่องงานไปกี่ครั้ง?

ชีวิตในวัยทำงานของหลายคนอาจเป็นช่วงเวลาที่กำลังสนุกกับการสร้างตัว แต่สำหรับบางคน มันคือช่วงเวลาของการรับบท “เดอะแบก” แบกทั้งความกดดันจากออฟฟิศที่ต้องคอยสแตนด์บายตลอด 24 ชั่วโมง แบกทั้งความหวังของครอบครัว และแบกรับสภาวะเศรษฐกิจที่บีบคั้น จะกินจะใช้อะไรก็ต้องประหยัดไปหมด

เมื่อหันไปรอบห้องเช่าที่เงียบสงบในเวลาเที่ยงคืน คำถามหนึ่งมักจะลอยขึ้นมาเสมอ... “แล้วใครจะแบกเรา ในวันที่เราไม่ไหว?” จนสุดท้ายสภาวะ Burnout ก็กลืนกินพลังชีวิตคุณจนเหลือ 0%

video-poster
% บัฟเฟอร์ 00:00
00:00
00:00

ในภาพยนตร์เรื่อง Life of Jesus มีฉากหนึ่งที่สะท้อนชีวิตของพวกเราได้อย่างน่าอัศจรรย์ นั่นคือตอนที่พระเยซูทรงดำเนินไปแถบชายทะเลทะเลสาบกาลิลี และพบกับกลุ่มชาวประมง พวกเขาคือชนชั้นแรงงานในยุคนั้นที่ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ เหน็ดเหนื่อยกับการจับปลาเพื่อเลี้ยงปากท้องและครอบครัว ท่ามกลางภาษีที่กดขี่จากส่วนกลาง

พระเยซูไม่ได้เดินเข้าไปหาพวกเขาแล้วบอกว่า "จงทำงานให้หนักขึ้นเพื่อพิสูจน์ตัวเอง" แต่พระองค์กลับยื่นข้อเสนอที่เปลี่ยนชีวิตพวกเขาไปตลอดกาล ผ่านถ้อยคำที่ถูกบันทึกไว้ในพระคัมภีร์ว่า:

“บรรดาผู้เหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา และเราจะให้ท่านทั้งหลายหายเหนื่อยเป็นสุข” (มัทธิว 11:28)

พระองค์ไม่ได้เรียกพวกเขามาเพื่อมอบงานชิ้นใหม่ หรือภาระที่หนักกว่าเดิม แต่ทรงเรียกพวกเขามาเพื่อมอบ "การหยุดพักที่แท้จริง" และให้เป้าหมายใหม่ที่เต็มไปด้วยความหวัง

สำหรับคุณที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่... บางทีคุณอาจจะกำลังสนใจเรื่องราวของพระเจ้า หรือแอบคิดในใจว่าอยากลองเดินเข้าโบสถ์ดูสักครั้ง แต่ก็ยังลังเลเพราะกลัวสายตาคนอื่น กลัวว่าสังคมใหม่จะไม่ต้อนรับ หรือคิดว่าตัวเราเองยังไม่ "ดีพอ" หรือ "สมบูรณ์แบบพอ" ที่จะพึ่งพาพระเจ้า

เราอยากบอกคุณด้วยความจริงใจว่า พระเยซูไม่ได้มองคุณที่ความสำเร็จหรือความเพอร์เฟกต์ พระองค์ทรงเห็นทุกข้อความที่คุณฝืนตอบทั้งที่เหนื่อย ทรงเห็นหยาดเหงื่อและภาระที่คุณแบกเพื่อพ่อแม่ และในพื้นที่ส่วนตัวตรงนี้ พระองค์กำลังบอกกับคุณว่า “วางมันลงก่อนเถอะ แล้วมาพักสงบกับเรา” การหันมาพึ่งพาพระเจ้าไม่ได้แปลว่าเราเป็นคนอ่อนแอ แต่มันแปลว่าเรากล้าหาญพอที่จะยอมรับว่า "เราเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งที่ต้องการพลัง" และต้องการที่พักพิงที่ปลอดภัย

คุณไม่ได้เดินอยู่อย่างโดดเดี่ยว...

ถ้าวันนี้ภาระที่คุณแบกมันหนักเกินไป และคุณต้องการใครสักคนที่พร้อมรับฟังโดยไม่ตัดสิน หรือหากคุณกำลังมองหา "เพื่อน" สักคนที่จะกุมมือและพาคุณไปทำความรู้จักกับที่พักใจในพระเยซู มาเป็นเพื่อนกันนะ

คุณสามารถกดเพิ่มเพื่อนใน LINE เพื่อทักแชทมาคุยกับเราได้ทันที

ให้เราร่วมเดินทางไปด้วยกัน